ข่าวประชาสัมพันธ์

ด้วยสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 (Coronavirus Disease 2019) อันเป็นโรคติดต่ออันตรายตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข พบการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว

ขอเชิญเข้าร่วมการประชุมและส่งผลงาน ในการประชุมวิชาการสัตวศาสตร์แห่งชาติครั้งที่ 9  The 9th National Animal Science Conference of Thailand 2020 (NASCoT2020) ระหว่างวันที่ 24-27 มิถุนายน พ.ศ.2563 ณ โรงแรม เดอะ โบนันซ่า รีสอร์ท เขาใหญ่

 

สถานการณ์ไวรัส COVID-19 ยังคงแพร่ระบาดอยู่อย่างต่อเนื่องในขณะนี้ ทำให้ผู้ป่วนมีอาการปอดอักเสบรุนแรงจนถึงแก่ชีวิตได้ สำหรับการเตรียมรับมือกับ 4 ข้อ ต้องรู้ ป้องกัน‘ไวรัส COVID-19’

ขอเชิญร่วมงาน ประชุมสัมมนาวิชาการปศุสัตว์ ครั้งที่ 16 และการจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2561 

สมาคมสัตวบาลแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับกรมปศุสัตว์ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  ขอเชิญร่วมงาน ประชุมสัมมนาวิชาการปศุสัตว์ ครั้งที่ 16 และการจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2561
ในวันศุกร์ที่ 2 สิงหาคม 2562  เวลา 8.30-16.30 น. ณ ห้องเจ้าพระยาบอลลูน โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ

สามารถลงทะเบียนออนไลน์ผ่าน QRcode ได้เลย

ในภาพอาจจะมี อาหาร

 


ในภาพอาจจะมี ข้อความ

เรียน     สมาชิกสมาคมสัตวบาลแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี

ด้วยนายกสมาคมสัตวบาลแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีความประสงค์จะขอเชิญ ประชุมใหญ่สามัญประจำปี ๒๕๖๑ ในวันศุกร์ที่ ๒  สิงหาคม ๒๕๖๒ เวลา ๑๓.๐๐ – ๑๔.๐๐  น. ณ เจ้าพระยาบอลรูน ชั้น ๒ โรงแรมเจ้าพระยาปาร์ค ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ รายละเอียดดังวาระการประชุมดังนี้

           วาระที่ ๑     เรื่องที่ประธานฯ แจ้งเพื่อทราบ                                               

          วาระที่ ๒     พิจารณารับรองรายงานการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ๒๕๖๐        

          วาระที่ ๓     รายงานผลการดำเนินงานประจำปี ๒๕๖๑                            

          วาระที่ ๔     พิจารณารับรองงบดุลและงบรายได้ และค่าใช้จ่าย ประจำปี ๒๕๖๑  

          วาระที่ ๕     พิจารณาแต่งตั้งผู้ตรวจสอบบัญชี ประจำปี ๒๕๖๒                             

          วาระที่ ๖     เรื่องเสนอเพื่อพิจารณา

          วาระที่ ๗     การเลือกตั้งนายกสมาคมสัตวบาลแห่งประเทศไทยฯ

          วาระที่ ๘     เรื่องอื่นๆ (ถ้ามี)

จึงเรียนมาเพื่อโปรดเข้าร่วมประชุมตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว ทั้งนี้แจ้งลงทะเบียนเข้าประชุมล่วงหน้าได้ ทางโทรศัพท์ ๐-๒๒๕๑-๓๗๔๕ หรือ ๐๘-๗๗๑๐-๗๔๓๗ หรือโทรสาร ๐-๒๒๕๑-๓๗๔๕ หรือ Email: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. ด้วย จักขอบคุณยิ่ง

ในภาพอาจจะมี ข้อความ

 

การประชุมวิชาการสัตวศาสตร์แห่งชาติ ครั้งที่ 8 

ภาควิชาสัตวศาสตร์คณะทรัพยากรธรรมชาติมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ร่วมกับภาคีเครือข่ายสัตวบาล-สัตวศาสตร์แห่งประเทศไทย

และสมาคมสัตวบาลแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะจัดประชุมวิชาการสัตวศาสตร์ครั้งที่ 8

และการประชุมภาคีเครือข่ายแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 11 ระหว่างวันที่ 12-15 มิถุนายน 2562 ณโรงแรมดวงจิตต์ รีสอร์ท แอนด์สปา ภูเก็ต

 

ขอเชิญสมาชิกสมาคมสัตวบาลแห่งประเทศไทยฯ ประชุมใหญ่สามัญประจำปี ๒๕๖๐

สมาคมสัตวบาลแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับ ภาควิชาสัตวบาล คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และกรมปศุสัตว์ จะจัดเสวนาพิเศษ เรื่อง “หยุดปฏิชีวนะ : สัตวบาล จัดการได้” พร้อมกันนี้ได้จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2560 

 

ด้วย บริษัท วีเอ็นยู เอ็กซิบิชั่นส์ เอเชีย แปซิฟิค จํากัด กําหนดจัดงาน “ประชุมวิชาการทางเทคนิคชั้นสูงสําหรับ อุตสาหกรรมสุกร, สัตว์ปีก และโคนม หรือ PPDFA 2018” ระหว่างวันที่ 21 – 23 มีนาคม 2561 ณ โรงแรมสวิสโซเทล เลอ คองคอร์ด กรุงเทพฯ งานประชุมวิชาการทางเทคนิคชั้นสูงนี้เป็นงานสัมมนาภาษาอังกฤษทั้งหมด และใช้เวลาประชุม 3 วัน โดยมีการเชิญวิทยากรและผู้เชี่ยวชาญของแต่ละอุตสาหกรรมมากกว่า 90 รายจากทั่วโลก ซึ่งมีความเชี่ยวชาญในสาขาการ จัดการ, โภชนาการ, สัตวแพทย์ และการผสมพันธุ์สัตว์ มาร่วมให้ข้อมูลความรู้ งานวิจัย ที่เป็นประโยชน์แก่ผู้ที่ทํางานใน อุตสาหกรรมปศุสัตว์

โดยมีอัตราค่าลงทะเบียนดังนี้ Pig Focus Asia หรือ Poultry Focus Asia 2018 (3 วัน) ท่านละ 22,750 บาท Dairy Focus Asia (2 วัน) ท่านละ 16,000 บาท ทั้งนี้รวมถึงช่วง Coffee Break อาหารกลางวันตลอดการประชุม และเอกสารการประชุมทั้งหมด รวมถึงผู้ที่เป็นสัตวแพทย์ไทยยังสามารถรับคะแนน CE Credit ได้จากงานประชุมครั้งนี้ด้วย

สําหรับผู้สนใจสามารถลงทะเบียนได้ทาง https://ppdfa2018.com/

 

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

กรมปศุสัตว์เตือนเกษตรกรเฝ้าระวังโรคสัตว์ปีก แนะนำดูแลสุขภาพสัตว์ปีกอย่างใกล้ชิด และเตรียมรับมืออากาศที่เปลี่ยนแปลง หนาวเย็น-สลับฝนตก-มีลมแรงในหลายพื้นที่ ส่งผลให้สัตว์ปีกอ่อนแอและอาจเจ็บป่วยได้

นายสัตวแพทย์อภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมปศุสัตว์

นายสัตวแพทย์อภัย สุทธิสังข์ อธิบดีกรมปศุสัตว์เปิดเผยว่า จากพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2561 โดยคาดหมายลักษณะอากาศ ในช่วงวันที่ 15-18 ม.ค. 61 ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น 3-5 องศาเซลเซียสจากสัปดาห์ที่ผ่านมาที่อากาศหนาวเย็นเฉียบพลัน แต่ยังคงมีอากาศหนาวเย็นและมีลมแรงในบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนในช่วงวันที่ 19-20 ม.ค. 61 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองตลอดช่วง

สภาพอากาศที่แปรปรวนดังกล่าว ส่งผลให้สัตว์ปีกมีความเครียดและอ่อนแอ เสี่ยงต่อการเกิดโรคได้ กอปรกับรายงานขององค์การโรคระบาดสัตว์ระหว่างประเทศ (World Organization for Animal Health หรือ OIE) เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2560 ที่ผ่านมา พบการระบาดของโรคไข้หวัดนก สายพันธุ์ H5N1 ในสัตว์ปีกเลี้ยงหลังบ้านที่ประเทศกัมพูชา กรมปศุสัตว์จึงขอให้พี่น้องเกษตรกรเฝ้าระวังดูแลสุขภาพสัตว์ปีกในระยะนี้อย่างใกล้ชิด

“เกษตรกรต้องจัดเตรียมโรงเรือนให้สัตว์ปีกอยู่อาศัย ที่สามารถป้องกัน ลม ฝนได้ อาจเพิ่มอุปกรณ์สร้างความอบอุ่นให้กับร่างกายสัตว์ เช่น หลอดไฟกก หรือผ้าม่านกันลม เสริมวัสดุปูรอง ตลอดจนจัดเตรียมอาหารและน้ำสะอาดให้เพียงพอ และทำการฉีดวัคซีนป้องกันโรค เสริมวิตามินและแร่ธาตุตามที่สัตวแพทย์แนะนำ เพื่อให้สัตว์มีร่างกายแข็งแรง” อธิบดีกรมปศุสัตว์ แนะนำ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รถเข้าฟาร์มไก่  ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รถเข้าฟาร์มไก่

ด้าน นายสัตวแพทย์จีระศักดิ์ พิพัฒนพงศ์โสภณ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ทุกพื้นที่เร่งค้นหาโรคระบาดในสัตว์ปีก โดยการเคาะประตูบ้านเข้าตรวจเยี่ยมเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีกรายย่อย พร้อมสุ่มเก็บตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ และดำเนินการพ่นยาฆ่าเชื้อตามพื้นที่เสี่ยง เช่น ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ปีกรายย่อย พื้นที่ตามแนวชายแดน และพื้นที่นกอพยพ เป็นต้น อีกทั้งกำชับให้ตรวจสอบการลักลอบการเคลื่อนย้ายสัตว์ปีกเข้า-ออก ตามแนวชายแดน ตั้งจุดพ่นยาฆ่าเชื้อในบริเวณด่านกักสัตว์ที่จุดผ่านแดน และเข้มงวดการเคลื่อนย้ายสัตว์และซากสัตว์ปีกที่ต้องมีใบอนุญาตในการเคลื่อนย้ายทุกครั้ง

ทั้งนี้ กรมปศุสตว์ขอความร่วมมือจากเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ปีก หากผู้ใดพบเห็นการลักลอบ หรือพบสัตว์ปีกป่วย-ตายผิดปกติโดยไม่ทราบสาเหตุ สามารถแจ้งอาสาปศุสัตว์ ปศุสัตว์อำเภอ ปศุสัตว์จังหวัด ได้ทันที หรือแจ้งผ่านสายด่วนกรมปศุสัตว์ โทร.096-301-1946 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ปศุสัตว์เข้าดำเนินการอย่างเร่งด่วน ที่สำคัญห้ามนำสัตว์ปีกดังกล่าวไปประกอบอาหาร หรือทิ้งซากสัตว์ลงในแหล่งน้ำธรรมชาติอย่างเด็ดขาด โดยต้องทำลายซากอย่างถูกต้องด้วยการฝังหรือเผา ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะเป็นการควบคุมป้องกันโรคมิให้แพร่ระบาดได้อย่างทันท่วงที